ช่วงนี้เราคงจะเห็นสมุนไพรมาเเรงต่อเนื่อง ช่วงนี้ที่โผล่ออกมาเห็นจะเป็น ปอกะบิด(ปอบิด) เล่าอ้างสรรพคุณว่า รักษาได้ตั้งแต่โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง แก้เหน็บชา ภูมิแพ้ ไทรอยด์ ไมเกรน รวมทั้งยังมีสรรพคุณบำรุงตับ ไต แถมยังรับประทานง่าย เนื่องจากรสชาติดี แค่นำไปต้มแล้วดื่ม จึงทำให้ผู้คนจำนวนมากเริ่มหันมาสนใจ ปอกะบิด(ปอบิด) กันมากขึ้น
ชื่อ : ปอบิด (ปอกะบิด)
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Helicteres isora Linn.
ชื่อวงศ์ : STERCULIACEAE
ชื่อเรียกอื่น : ปอกะบิด ปอทับ มะปิด มะบิด ขี้อ้นใหญ่ ปอลิงไซ ลูกบิด ซ้อ และ เซ้าจี
ลักษณะ : ปอกะบิด เป็นไม้พุ่ม สูง 1-2 เมตร ทุกส่วนมีขนสีน้ำตาลปกคลุม ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่กว้างหรือรูปรี เส้นใบแตกแขนงจากโคนใบ กว้าง 8-14 เซนติเมตร ยาว 13-17 เซนติเมตร โคนใบมนเว้าไม่เท่ากัน ปลายใบมน ขอบใบหยัก แผ่นใบสากคาย ก้านใบยาว 2 เซนติเมตร ดอกสีส้ม ออกเป็นกระจุกที่ซอกใบ แต่ละดอกมีใบประดับขนาดเล็กรองรับ กลีบรองดอกสีเขียวเชื่อมเป็นหลอดโค้ง ยาวประมาณ 2 เซนติเมตร กลีบดอก 5 กลีบ กลีบคู่บนมีขนาดใหญ่กว่ากลีบอื่น ขนาด 2.5-3 เซนติเมตร ปลายกลีบมน เกสรผู้สีเหลือง 10 อัน เชื่อมร่วมกับก้านเกสรเมีย ยาวประมาณ 4 เซนติเมตร ผลเป็นฝักยาวบิดเป็นเกลียว ยาว 3-4 เซนติเมตร เมื่อแก่จะแตก มีสีน้ำตาลดำ การกระจายพันธุ์ : เป็นพืชที่ขึ้นเองตามริมป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ที่รกร้าง แม้กระทั่งในบริเวณกรุงเทพมหานคร พบได้ทั่วไปทั้งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีน และอินเดีย ออกดอกและติดผลช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน ประโยชน์ : เส้นใยจากเปลือกต้นปอกะบิด ที่มีอายุระหว่าง 1-2 ปี ใช้ทำเป็นเชือกได้ เพราะมีความทนทานมาก
ขณะเดียวกัน รศ.รุ่งระวี เต็มศิริฤกษ์กุล ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้เขียนบทความที่กล่าวถึงสมุนไพรปอกะบิดไว้ โดยสรุปคร่าว ๆ ว่า จากข้อมูลตำรายาไทย เผยถึงการใช้เปลือกต้นและรากของปอกะบิด ในการบำรุงธาตุ ขณะที่ส่วนผล จะใช้แก้โรคบิด ท้องเสีย ขับเสมหะ หรือตำพอกแก้ปวดเคล็ด แก้บวม และจากการทดลองยังพบว่า สารสกัดของปอกะบิด ยังมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้ออีโคไล ที่เป็นสาเหตุของอาการท้องเสียทั่วไป และยังช่วยรักษาโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้อักเสบ
. . . สุดท้ายท่านสามารถหาซื้อสมุนไพรปอบิด หรือปอกะบิด ได้ที่ ปอกะบิดนำชัย

